นาฬิกาชีวิต วิถีแห่งธรรมชาติ
นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล/ หมอชาวบ้าน ฉบับ มิถุนายน 2550
นาฬิกาชีวิต วิถีแห่งธรรมชาติ
ฤดูร้อนแสงแดดเจิดจ้า อบอ้าวไปด้วยความร้อนระอุ ปรากฏกลุ่มเมฆขนาดใหญ่คล้ายกับฝูงค้างคาวที่กระพือปีกบินบนท้องฟ้า เมื่อถึงยามค่ำคืนที่สงบ เจ้าแมวที่เกียจคร้านหลับนอนในช่วงกลางวัน กลับมีชีวิตชีวา ดวงตาเบิกกว้าง?
ยามฟ้าสาง เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ไก่ตัวผู้เริ่มชูคอขันรับยามรุ่งอรุณ เช่นเดียวกับเสียงเจี๊ยวจ้าวของหมู่นกกระจอก ที่เริ่มบรรเลงเสียงร้องตั้งแต่ช่วงตี 3 ถึงตี5 ก่อนยามเช้าจะปรากฎ
พฤติกรรมที่แสดงออกในช่วงเวลาที่แน่นอนของตัวอย่างข้างต้น มีอะไรเป็นตัวกำหนดบอกเวลา?
สิ่งมีชีวิตในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เซลล์เดียวอย่างพารามีเซียม ถึงสัตว์ชั้นสูงเช่นมนุษย์ ภายในร่างกายเสมือนกับมีเครื่องตั้งเวลาอยู่ภายใน นาฬิกาที่วิเศษมหัศจรรย์นี้จะเป็นตัวกำหนดภาวะการทำงานของร่างกายและกำหนดพฤติกรรมพื้นฐาน เราเรียกมันว่า นาฬิกาชีวิต
อะไรเป็นตัวกำหนด นาฬิกาชีวิต
ลักษณะธรรมชาติของปีคือฤดูกาล ถูกกำหนดให้มีฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว
ลักษณะธรรมชาติของเดือน มีข้างขึ้น-ข้างแรม
ลักษณะธรรมชาติของวัน มีกลางวัน-กลางคืน
ลักษณะธรรมชาติของทะเล มีน้ำขึ้น-น้ำลง
วัฏจักรและกฎเกณฑ์แห่งธรรมชาติที่ดำรงอยู่ มีผลต่อความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง และเป็นตัวกำหนดความลี้ลับภายในของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า นาฬิกาชีวิต นั่นเอง
นั่นคือสรรพสิ่งถูกกำหนดจากอิทธิพลของธรรมชาติ ถูกกำหนดจากฟ้า-ดิน ดังนั้นฟ้า-มนุษย์ (สิ่งมีชีวิตบนโลก)-ดิน จึงเป็นเอกภาพ เป็นหนึ่งเดียวมีผลกระทบต่อกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นาฬิกาชีวิตกับร่างกายมนุษย์
อุณหภูมิร่างกายมนุษย์คือ 37 องศาเซลเซียส ถูกกำหนดเป็นภาวะปกติธรรมชาติ แต่เนื่องจากอิทธิพลของกลางวัน-กลางคืน มีผลทำให้อุณหภูมิร่างกายมีความแปรเปลี่ยนตามเวลาในช่วงต่างๆ
ในช่วงเช้า อุณหภูมิร่างกายจะต่ำสุด อุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 36.3-36.5 องศาเซลเซียส
ในช่วงบ่ายอุณหภูมิร่างกายจะสูงสุด อยู่ที่ 37.4-37.6 องศาเซลเซียส
- การทำงานของตับ ตับมีหน้าที่เสมือน โรงงานปรับเปลี่ยนสารพัดช่าง พบว่าในช่วง กลางวันน้ำตาลที่สะสมในตับจะถูกสลายเป็นน้ำตาลในเลือดเพื่อไปใช้งานได้มากที่สุด ในขณะที่เวลากลางคืน น้ำตาลในเลือดจะถูกนำมาสะสมในตับมากที่สุด ซึ่งเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอินซูลินและกลูคากอน
- การทำงานของต่อมไธรอยด์ ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการผลิตฮอร์โมนเพื่อให้เกิดการเผาผลาญพลังงานของร่างกายพบว่า จะผลิตฮอร์โมนสูงสุดในฤดูหนาวและต่ำสุดในฤดูร้อน
- ปริมาณโปรตีน, ความเข้มข้น, อัลบูมิน ในเลือดจะมีขนาดสูงในฤดูหนาวมากกว่าฤดูใบไม้ผลิ
- ความดันโลหิต, ปริมาณกรดในกระเพาะอาหารจะสูงในฤดูหนาวเมื่อเทียบกับฤดูร้อน เกล็ดเลือด ฤดูใบไม้ผลิมีจำนวนสูงมากกว่าฤดูร้อน เม็ดเลือดขาว ฤดูหนาวมีจำนวนสูงกว่าฤดูร้อน
การศึกษาวิจัยสมรรถภาพร่างกายและสภาวะทางอารมณ์ พบว่า วงจรของสภาพร่างกายคือ 23 วัน ที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีการนำผลวิจัยนี้มาจัดตารางการทำงานของพนักงานสายการบินและพนักงานขับรถ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ และเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
การทำงานและการพักผ่อน เกี่ยวข้องกับ นาฬิกาชีวิต และสภาพของสรีระร่างกาย การปฏิบัติตัวที่สอดคล้องกับธรรมชาติย่อมทำให้มีสุขภาพที่ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
นาฬิกาชีวิตกับการเกิดโรค
นาฬิกาชีวิตนอกจากเกี่ยวข้องกับสรีระของร่างกายแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับความรุนแรง หนักเบาของโรคและมีผลต่อการบริหารยาในช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย
โรคหัวใจขาดเลือดมักกำเริบในช่วงกลางคืน เนื่องจากเวลากลางคืนระบบประสาทวากัส ทำงานมากกว่าตอนกลางวัน ทำให้หลอดเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจหดเกร็ง เกิดภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายได้ง่าย เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูงที่จะเกิดอันตรายรุนแรงเนื่องจากการหดตัวของหลอดเลือดได้สูงในช่วงเวลากลางคืนเช่นกัน
ผู้ป่วยหอบหืด มีการกำเริบตอนช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน ทั้งนี้มีการศึกษาวิจัยพบว่า สารภายในร่างกายที่มีบทบาทในการควบคุมภาวะภูมิไวเกิน เช่น CAMP และ สารจากต่อมหมวกไต glucose-corticoid อยู่ในภาวะต่ำสุด ในขณะที่สาร CGMP ที่กระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดมีภาวะสูงสุด
ผู้ป่วยที่ไอเป็นเลือด มักจะมีอาการรุนแรงในช่วงตอนเช้า 6.00-9.00 นาฬิกา หรือตอนหัวค่ำ 18.00-21.00 น. เนื่องจากในเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่พลังของปอดอ่อนแอแรงดันในหลอดเลือดดำของปอดสูง ทำให้โอกาสไอเป็นเลือดสูง
ช่วงเวลาที่เชื้อโรคมีความรุนแรงมากที่สุดคือ ตอนหัวรุ่ง 5-6 นาฬิกา ดังนั้นอัตราการตายสูงสุดของผู้ป่วยโรคติดเชื้อมักเป็นเวลาตอนเช้า
การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งในหนูทดลองพบว่าสูงสุดในช่วงกลางวัน และต่ำสุดในช่วงกลางคืน การให้ยาต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงต้องให้เวลากลางวัน
ผู้ป่วยภาวะไตหยางพร่อง มักมีความรุนแรงในช่วงกลางคืน (หลังเที่ยงคืน) จึงมักให้ยาบำรุงหยางก่อนนอน เพื่อลดความรุนแรงของโรค
โรคจิตประสาทคลุ้มคลั่งมักกำเริบสูงสุดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบมักมีการระบาดสูงสุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม
เด็กปัญญาอ่อนมักเกิดในช่วงฤดูร้อนมากกว่าฤดูอื่น
นาฬิกาชีวิตกับกาลเวลาที่เหมาะสมในการบริหารยา
การให้ยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมที่สุด คือช่วงที่เชื้อโรคมีการแบ่งตัวมากที่สุดคือ ช่วงหัวรุ่ง 5-6 นาฬิกา
การให้ยาต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดควรเป็นช่วงกลางวัน
การใช้ยาต้านฮิลตามีน เพื่อระงับอาการแพ้ ควรเป็นช่วง 7.00 น. เพราะจะทำให้ฤทธิ์ยาอยู่ได้นานถึง 15-17 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการให้ยาในช่วง 19.00 น. ฤทธิ์ของยาคงอยู่นานเพียง 6-8 ชั่วโมงเท่านั้น
ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องใช้ยากระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ จำพวกดิจิทาลิส และผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องให้อินซูลิน การตอบสนองของร่างกายต่อยาที่ดีที่สุดในช่วง 04.00 น.
มีการบันทึกผู้ป่วยโรคตับระยะรุนแรงพบว่า อัตราการตายสูงมากในช่วงกลางคืน คือระหว่างเวลา 21.00-23.00 น. และช่วงเวลาที่อัตราการตายต่ำสุดคือ 11.00-13.00 น.
ประเทศอังกฤษมีคนถือวันจันทร์ที่เป็นวันเริ่มต้นทำงานของสัปดาห์ เป็น วันหลอดเลือดอุดตัน เนื่องจากทางสถิติพบว่าคนที่เสียชีวิตระหว่างอายุ 15-59 ปี ของคนอังกฤษ เกี่ยวข้องกับวันจันทร์ มีแพทย์หลายท่านได้ให้ความเห็นว่า อาจเกี่ยวข้องกับภายหลังการหยุดพักผ่อนวันเสาร์-อาทิตย์ในวันสุดสัปดาห์ มีการผ่อนคลายอย่างสุดๆ หรือใช้ชีวิตอย่างสุดๆ เมื่อเผชิญกับการงานที่หนักหน่วงในช่วงวันจันทร์ อาจมีการปรับตัวด้วยอย่างรุนแรงของร่างกายและจิตใจ ทำให้มีการหดตัวของหลอดเลือด
เช่นเดียวกัน สถิติของคนเซี่ยงไฮ้ อัตราการเกิดหลอดเลือดสมองเฉียบพลันที่ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตสูงสุดในฤดูใบไม้ผลิ เพราะเป็นช่วงที่งานบ้านการงานต่างๆ ค่อนข้างวุ่นวาย เพราะป็นช่วงต้นปี
*******************************************
เอกสารอ้างอิง: "นิตยสาร หมอชาวบ้าน"
นพ.ภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล. หมอชาวบ้าน ปีที่ 29 ฉบับที่ 338 มกราคม 2550 หน้า 31-36
|