ข้อบังคับของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข (ฉบับแก้ไข ครั้งที่ 2)
หมวดที่ 1
บททั่วไป
ด้วยกลุ่มแม่บ้านสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สตรีสังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีความเห็นพ้องกันเป็นเอกฉันท์ในอันที่จักเสริมสร้างและดำรงไว้ ซึ่งความสามัคคีระหว่างแม่บ้านสาธารณสุขกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกับทั้งจะได้ร่วมกันประกอบกิจกรรมที่เป็นเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน และสังคมโดยส่วนร่วม จึงได้จัดทำระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ขึ้น เพื่อเป็นหลักการในการดำเนินงาน ตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของสมาคมฯ ดังนี้
ข้อ 1. สมาคมฯ นี้มีชื่อว่า สมาคมแม่บ้านสาธารณสุข ย่อว่า มสส.) เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า PUBLIC HEALTH MINISTRYS LADIES ASSOCIATION
ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคมฯ มีลักษณะเป็นรูปงูพันคบเพลิง มีอักษรย่อ มสส.
ข้อ 3. สำนักงานใหญ่ของสมาคมฯ ตั้งอยู่ที่ อาคาร 7 ชั้น 6 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 88/20 หมู่ 4 ถนนติวานนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ เพื่อ
4.1 เป็นศูนย์รวมทางความคิดในการสร้างสรรค์สังคม ทางด้านสุขภาพอนามัย และกำหนดกิจกรรมเพื่อดำเนินการบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี
4.2 พัฒนาสุขภาพอนามัยและส่งเสริมการศึกษาคุณธรรม จริยธรรมและเศรษฐกิจแก่สมาชิก และครอบครัว เพื่อเป็นแบบอย่างในสังคม
4.3 ให้ความช่วยเหลือเมื่อสมาชิกและ/หรือครอบครัวเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขประสบปัญหาต่างๆ
4.4 เสริมสร้างความสามัคคี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสมาชิก
4.5 สนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข โดยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านสาธารณสุขและให้ความร่วมมือในการประกอบกิจกรรมตามความสามารถและโอกาสอันควรหรือกิจกรรมอื่นๆ
หมวดที่ 2
สมาชิก
ข้อ 5.สมาชิก หมายถึง บุคคลผู้เสียสละและอุทิศเวลาให้แก่สมาคมฯ โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวสมัครใจเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ มี 3 ประเภทคือ
5.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่ ภริยาของข้าราชการ ข้าราชการและลูกจ้างประจำสตรี ภริยาของพนักงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภริยาและ/หรือสตรีประกอบอาชีพด้านสุขภาพอนามัย
5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลทั่วไปหรือคู่สมรสของสมาชิก ซึ่งคณะกรรมการลงมติเห็นชอบให้สมัครเป็นสมาชิกได้
ข้อ 6. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
6.1 เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
6.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย
6.3 ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
6.4 ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษ การต้องพิพากษาของศาลถึงที่สุด ในกรณีดังกล่าวจะต้องเป็นไปในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ เท่านั้น
ข้อ 7.ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมฯ
7.1 สมาชิกสามัญจะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 30.-บาท
- ค่าบำรุงสมาคมฯ ตลอดชีพ 1,000.-บาท
- หรือค่าบำรุงสมาคมฯ เป็นรายปี ๆ ละ 100.-บาท
7.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมฯ แต่อย่างใดทั้งสิ้น
7.3 สมาชิกสมทบ
- จะต้องเสียค่าลงทะเบียนครั้งแรก 30.-บาท
- ค่าบำรุงสมาคมฯ ตลอดชีพ 1,000.-บาท
- หรือค่าบำรุงสมาคมฯ เป็นรายปี ๆ ละ 100.-บาท
ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ให้ผู้ประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมฯต่อนายทะเบียน โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย 1 คน และให้เลาขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมฯ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน เพื่อให้สมาชิกอื่นๆ ของสมาคมฯ จะได้คัดค้านการสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้วให้เลขานุการนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้วผลเป็นประการใดให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว
ข้อ 9. คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคมฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ และสมาชิกภาพของผู้สมัครให้เริ่มนับตั้งแต่วันสมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าผู้สมัครไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครนั้นเป็นอันยกเลิก
ข้อ 10. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการให้พิจารณาลงมติ ให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้มาถึงยังสมาคมฯ
ข้อ 11. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้
11.1 ตาย
11.2 ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่สมาคมฯ เป็นที่เรียบร้อย
11.3 ขาดคุณสมบัติสมาชิก
11.4 ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมฯ หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนเพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคมฯ
ข้อ 12. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
12.1 มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมฯ โดยเท่าเทียมกัน
12.2 มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมฯ ต่อคณะกรรมการ
12.3 มีสิทธิรับสวัสดิการต่างๆ ที่สมาคมฯ ได้จัดให้มีขึ้น
12.4 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคมฯ
12.5 สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมฯ และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ 1 คะแนนเสียง
12.6 มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคมฯ
12.7 มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้
12.8 มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและข้อบังคับของสมาคมฯ โดยเคร่งครัด
12.9 มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคมฯ
12.10 มีหน้าที่ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของสมาคมฯ
12.11 มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมฯ ได้จัดให้มีขึ้น
12.12 มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมฯ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
หมวดที่ 3
การดำเนินการกิจการสมาคมฯ
ข้อ 13. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมฯ จำนวนอย่างน้อย 25 คน แต่ไม่เกิน 75 คน คณะกรรมการได้มาจากการแต่งตั้งและเลือกตั้งจากที่ประชุมสมาชิกของสมาคมฯ ส่วนกองกลางประกอบด้วย
ภริยาปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นนายกสมาคมฯ โดยตำแหน่งในกรณีที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไม่มีภริยา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้ ให้ภริยาอธิบดี หรือภริยารองปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่อาวุโสเป็นนายกสมาคมฯ หากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้ ให้คัดเลือกสมาชิกของสมาคมฯ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นนายกสมาคมฯ
สำหรับตำแหน่งอุปนายกสมาคมฯ และเลขานุการสมาคมฯ ให้นายกสมาคมฯ เป็นผู้แต่งตั้ง โดยคัดเลือกจากภริยาอธิบดีหรือภริยารองปลัดกระทรวงสาธารณสุข หรือภริยาข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขเทียบเท่าระดับ 10 หรือข้าราชการสตรีผู้ประกอบอาชีพด้านสุขภาพอนามัยที่อาวุโสของกระทรวงสาธารณสุข จำนวนไม่เกิน 12 คน และให้ถือว่าผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารโดยตำแหน่ง หากบุคคลดังกล่าวไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวได้ให้นายกฯ คัดเลือกสมาชิกของสมาคมฯ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งอุปนายกสมาคมฯ และเลขานุการสมาคมฯ
กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้เลือกตั้งจากที่ประชุมสมาชิกของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขส่วนกลาง
ประกอบเหรัญญิก,นายทะเบียน,กรรมการฝ่ายปฏิคม,กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์,กรรมการฝ่ายจัดหาทุน, กรรมการฝ่ายนันทนาการ, กรรมการกลาง และกรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควร ทั้งนี้
ต้องมีจำนวนกรรมการเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคมของสมาคมฯซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคมฯ มีตำแหน่งและหน้าที่โดยสังเขปต่อไปนี้
13.1 นายกสมาคมฯ มีหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมฯ เป็นผู้แทนสมาคมฯ ในการติดต่อกับบุคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและประชุมใหญ่ของสมาคมฯ
13.2 อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมฯ ในการบริหารกิจการสมาคมฯ ปฏิบัติตามที่นายกสมาคมฯ ได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคมฯ เมื่อนายกสมาคมฯ ไม่อยู่ ไม่สามารถจะปฏิบัติการได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคมฯ ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน
13.3 เลขานุการมีหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมฯ ทั้งหมดเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ ในการปฏิบัติกิจการของสมาคมฯ และประชุมต่างๆ ของสมาคมฯ
13.4 ผู้ช่วยเลขานุการ มีหน้าที่ช่วยเหลือ และปฏิบัติงานแทนเลขานุการ เมื่อเลขานุการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
13.5 เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับเงินทั้งหมดของสมาคมฯ เป็นผู้จัดทำบัญชีรายงานสรุปรายรับ-รายจ่าย เพื่อรายงานที่ประชุมทุกครั้งที่มีการประชุม
13.6 ผู้ช่วยเหรัญญิก มีหน้าที่ช่วยเหลือและปฏิบัติงานแทนเหรัญญิก เมื่อเหรัญญิกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
13.7 ปฏิคม มีหน้าที่ให้การต้อนรับแขกของสมาคมฯ เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคมฯ และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่างๆ ของสมาคมฯ
13.8 นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมฯ ออกบัตรประจำตัวให้แก่สมาชิกรวบรวมข้อมูลและรายงานความก้าวหน้าเกี่ยวกับสมาชิกให้ที่ประชุมทราบประสานกับเหรัญญิก ในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุง
13.9 ผู้ช่วยนายทะเบียน มีหน้าที่ช่วยเหลืองานแทนนายทะเบียน เมื่อนายทะเบียนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
13.10 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมฯ จัดทำเอกสารเผยแพร่ข่าวสารของสมาคมฯ แก่สมาชิก เพื่อทราบความเคลื่อนไหวของสมาคมฯ
13.11 กรรมการฝ่ายจัดหาทุน มีหน้าที่จัดทำโครงการเพื่อหารายได้ให้สมาคม โดยกำหนดกิจกรรมเพื่อหารายได้ โดยประสานงานและร่วมกับกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ
13.12 ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายจัดหาทุน มีหน้าที่ช่วยเหลือและปฏิบัติงานแทนกรรมการฝ่ายจัดหาทุน เมื่อกรรมการฝ่ายจัดหาทุนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
13.13 กรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ มีหน้าที่ดำเนินการจัดทำแผนงาน/โครงการพิเศษต่างๆ และประสานงานกับฝ่ายอื่นๆ ในการจัดกิจกรรม เพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ
13.14 ผู้ช่วยกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ มีหน้าที่ช่วยเหลือ และปฏิบัติงานแทนกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ เมื่อกรรมการฝ่ายกิจกรรมพิเศษไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
13.15 กรรมการฝ่ายสวัสดิการ มีหน้าที่รับข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับสมาชิกและสรุปเสนอคณะกรรมการบริหาร เมื่อสมาชิกต้องการความช่วยเหลือจัดหาวัสดุสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่สมาชิกตามที่ได้รับความเดือดร้อน ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการทุกปี จัดทำแผนประมาณการใช้จ่ายประจำปีเสนอคณะกรรมการบริหาร
13.16 กรรมการฝ่ายวิชาการ มีหน้าที่ให้ข้อคิดเห็นและรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรด้านส่งเสริมความรู้ทางการศึกษา อบรมด้านวิชาการและด้านคุณธรรม จริยธรรม เพื่อกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องติดตามและประเมินผลการดำเนินการ เพื่อช่วยเหลือสมาชิกด้านการศึกษา และความก้าวหน้าทางวิชาการและอื่นๆ ที่เหมาะสม กำหนดแผนพัฒนาแก่สมาชิกทุกปี รวบรวมและสรุปผลการดำเนินการ และรายงานให้สมาชิกและคณะกรรมการทราบปีละ 1 ครั้ง
13.17 กรรมการฝ่ายสันทนาการ มีหน้าที่จัดกิจกรรมสันทนาการ ประสานงานคณะกรรมการชุดต่างๆ เพื่อวางแผนกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องกัน
13.18 กรรมการกลางระดับจังหวัด/เขต ในการดำเนินการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการกลางในระดับจังหวัด/เขต โดยพิจารณาดำเนินการคัดเลือกจากสมาชิกภายในจังหวัด/เขต มีหน้าที่ให้ความร่วมมือประสานงานของสมาคมฯ ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค สนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของสมาคมฯ เสนอแนะและให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสมาคมฯ และอื่นๆ ตามความเหมาะสม และตามที่คณะกรรมการกำหนดและมอบหมาย และให้เรียกว่าประธานคณะทำงานแม่บ้านสาธารณสุขสาขาจังหวัด/เขต
13.19 กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ตามความเหมาะสมซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้น โดยจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการข้างต้นแล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง
หมวดที่ 4
ระยะเวลาในการดำเนินการและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
ข้อ 14. คณะกรรมการของสมาคมฯ สามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 1 ปี และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตามวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ ก็ให้คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ส่งและรับมองงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้น ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ
ข้อ 15. ตำแหน่งกรรมการสมาคมฯ ถ้าต้องการลงก่อนครบตำแหน่งตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทนจะอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น
ข้อ 16. กรรมการสมาคมฯ เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอีกได้
ข้อ 17 . กรรมการอาจพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้คือ
17.1 ตาย
17.2 ลาออก
17.3 ขาดจากสมาชิกภาพ
17.4 ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง
ข้อ 18. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการ ให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก
ข้อ 19. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
19.1 ออกระเบียนปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้
19.2 มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคมฯ
19.3 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของกรรมการที่แต่งตั้ง
19.4 มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำ และประชุมใหญ่วิสามัญ
19.5 มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
19.6 มีอำนาจบริหารกิจกรรมของสมาคมฯ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
19.7 มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจกรรมทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฯ
19.8 มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมดเข้าชื่อขอร้องให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องมีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
19.9 มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงินทรัพย์สินและร่างระเบียบเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของสมาคมฯ ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมฯ ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ
19.10 จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคมฯ เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ
19.11 มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
ข้อ 20. คณะกรรมการจะต้องประชุมกันเดือนละหนึ่งครั้ง อย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยให้จัดภายในวันที่ 30 ของทุกเดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคมฯ และในกรณีจำเป็นนายกสมาคมฯ อาจเรียกประชุมพิเศษได้
ข้อ 21. การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นก็ให้ถือคะแนนข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
ข้อ 22. ในการประชุมคณะกรรมการถ้านายกสมาคมฯ และอุปนายกสมาคมฯ ไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่ประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น
ข้อ 23. การประชุมใหญ่ของสมาคมฯ มี 2 ชนิด คือ
23.1 ประชุมใหญ่สามัญ
23.2 ประชุมใหญ่วิสามัญ
ข้อ 24. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ 1 ครั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
ข้อ 25. การประชุมใหญ่วิสามัญอาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้นหรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกสามัญทั้งหมดของแต่ละคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น
ข้อ 26. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้รับทราบ และการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวันเวลาและสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่
ข้อ 27. การประชุมใหญ่สามัญประจำปีต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
27.1 แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
27.2 แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกได้รับทราบ
27.3 เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ
27.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
27.5 เรื่องอื่นๆ ถ้ามี
ข้อ 28. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ ผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องมีไม่น้อยกว่า 50 คน ของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุมแต่ถ้าเมื่อกำหนดการประชุม ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมก็ให้ขยายเวลาออกไป แล้วมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใดก็ตาม ให้ถือว่าครบองค์ประชุมดำเนินการประชุมต่อไปก็ได้
ข้อ 29. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้ามีคะแนนเสียงที่ลงมติเป็นจำนวนเท่ากัน ก็ให้ประชาชนในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
หมวดที่ 5
การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 30. สมาคมแม่บ้านสาธารณสุขอาจมีรายได้จาก
30.1 เงินหรือทรัพย์สินที่ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้
30.2 กิจกรรมที่สมาคมแม่บ้านสาธารณสุขจัดให้มีขึ้น
30.3 ค่าบำรุงสมาชิก
30.4 เงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาล
30.5 ดอกผลที่เกิดจากเงินทุนของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขตามข้อ 35
30.6 อื่นๆ
ข้อ 31. การสั่งจ่ายเงินสด หรือการลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข จะต้องมีลายชื่อของนายกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการพร้อมประทับตราของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข
ข้อ 32. เงินสดของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขหรือเอกสารสิทธิ (ถ้ามี) ต้องนำฝากไว้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใดที่รัฐบาลให้การค้ำประกันแล้วแต่คณะกรรมการบริหารสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข จะเห็นเป็นสมควร
ข้อ 33. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ และให้คณะกรรมการสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข ร่างระเบียบเกี่ยวกับการเงินการบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข
ข้อ 34. ให้นายกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข ได้ครั้งละไม่เกิน 50,000.-บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 500,000.-บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) ถ้าจำเป็นต้องจ่ายเกินกว่านี้ จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข
ข้อ 35. ในการใช้จ่ายของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข ให้ใช้เฉพาะบัญชีเงินของสมาชิก สำหรับบัญชีเงินบริจาคของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข อันเป็นทุนของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขให้ใช้เฉพาะดอกผล
ข้อ 36. ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขได้ไม่เกิน 5,000.-บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขทันทีที่โอกาสอำนวยให้
ข้อ 37. เงินทุนต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของนายกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข หรือผู้ทำการแทนร่วมกับประทับตราของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขทุกครั้ง
ข้อ 38. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 39. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจที่จะเรียกสอบเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข เพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของแม่บ้านสาธารณสุขได้
ข้อ 40. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
หมวดที่ 6
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการยกเลิกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข
ข้อ 41. ข้อบังคับของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาคมสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ 42. การยกเลิกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข จะเลิกได้ก็โดยมติที่ประชุมใหญ่ของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้ยกเลิกสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ 43. เมื่อสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขต้องยกเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตามทรัพย์สินของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุขที่เหลืออยู่หลังจากที่ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของกระทรวงสาธารณสุข
หมวดที่ 7
เครื่องแบบของสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข
ข้อ 44. เครื่องแบบของสมาคมฯ มี 3 รูปแบบ ได้แก่
44.1 ชุดพิธีการ
- เสื้อตัวนอก สูทสีเขียวแขนยาว (ผ้าสมาคมฯ) กระเป๋าเสื้อสูทปักที่หน้าอกด้านซ้ายติดเครื่องหมายโลโก้สมาคมฯ ติดเข็มเครื่องหมายของสมาคมฯ
- เสื้อตัวใน เสื้อแขนสั้นสีครีม มีลายงูพันคบเพลิงสีเขียว ผูกโบว์ที่คอเสื้อ หรือปกเชิ้ตหรือปกฮาวาย
- กระโปรงสีเขียว (สีเดียวกับเสื้อสูท) แบบสุภาพ
44.2 ชุดปฏิบัติการ
เป็นชุดแขนสั้นสีเขียว ปกเทเลอร์สีครีมมีลายงูพันคบเพลิงสีเขียวขอบแขนเสื้อพื้นครีม มีลายงูพันคบเพลิงสีเขียว สวมกระโปรงหรือกางเกงสีเขียวหรือดำ ติดเข็มเครื่องหมายของสมาคมฯ
44.3 ชุดสมาชิกสมทบ
แต่งกายเครื่องแบบสมาคมฯ หรือชุดสุภาพ ติดเข็มเครื่องหมายของสมาคมฯ
ข้อ 45. ข้อบังคับฉบับนี้ให้เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่สมาคมฯ ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
*************************************************************
ลงชื่อ ช.สุดสุด ผู้จัดทำข้อบังคับ
(คณะกรรมการชุดเริ่มดำเนินการ โดย นางชวลัย สุดสุด)
(คณะกรรมการชุดแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 โดย นางสุชาดา แสงสิงแก้ว)
(คณะกรรมการชุดแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 โดย นางบุญพนอ ณ สงขลา)
|